ข้อควรรู้

การคำนวณขนาดของแท้งค์น้ำให้เหมาะจำนวนผู้ใช้สอยภายในบ้าน

อย่างที่ทุกท่านทราบกันอยู่แล้ว ว่าแท้งค์น้ำ มีไว้เพื่อประโยชน์ใช้สอยเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้สำรองยามจำเป็น เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกขนาดแท้งค์น้ำให้เหมาะสมกับบ้าน

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อเลือกขนาดแท้งค์น้ำ(1)ปริมาณการใช้น้ำ(จำนวนคนที่ใช้และความต้องการสำรองน้ำ) (2)พื้นที่สำหรับจัดวางแท้งค์น้ำ(ขนาดพื้นที่วางและความสามารถรับน้ำหนักของพื้น)

1.ปริมาณการใช้น้ำ ลูกค้าต้องมีข้อมูล 4 ข้อมูลก่อน 1.จำนวนคนใช้น้ำ(ลิตร) 2.ความจำเป็นพื้นฐานการใช้น้ำ 3.ความต้องการสำรองน้ำ(วัน) และ4.กิจกรรมการใช้น้ำต่างๆ(เช่นทำครัว ล้างผักผลไม้ ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ ฯลฯ)
วิธีคำนวณเบื้องต้นจากข้อมูลการใช้น้ำ การประเมินความต้องการน้ำในพื้นที่ชุมชนชนบท โดยอ้างอิงตามความจำเป็นพื้นฐานจะอยู่ที่ 50 ลิตร/คน/วัน(ที่มา : การประปาส่วนภูมิภาค อ้างโดยกรมทรัพยากรน้ำ,2549) เพราะฉะนั้นลูกค้านำจำนวนลิตรต่อคน 50 ลิตร นำมาคูณกับจำนวนคนที่ใช้น้ำ และนำมาคูณกับจำนวนวันที่จะสำรองใช้น้ำ(กรณีน้ำประปาไม่ไหล) คำนวณเรียบร้อย เราก็นำมาบวกปริมาณการใช้น้ำตามกิจกรรมการใช้น้ำต่างๆ

2. พื้นที่สำหรับจัดวางแท้งค์น้ำ เบื้องต้น ลูกค้าต้องดูพื้นที่จัดวางแท้งค์น้ำว่ามีพื้นที่พอไหม(กว้าง ยาว และสูง) หลังจากนั้นลูกค้าต้องศึกษาโครงสร้างพื้น ของบริเวณที่ลูกค้าจะนำแท้งค์น้ำไปวาง โดยปรึกษาโดยตรงกับคนที่สร้างบ้าน หรือผู้ที่ทราบเกี่ยวโครงสร้างบ้าน ทั้งนี้ทำไมถึงต้องศึกษาโครงสร้าง เพราะว่าแท้งค์น้ำมีน้ำหนักไม่มากก็จริง แต่น้ำในปริมาณแท้งค์น้ำ จะมีน้ำหนักมาก(น้ำ1ลิตรจะมีน้ำหนักเท่ากับ1กิโลกรัม) ถ้าลูกค้านำแท้งค์น้ำไปวางไว้บริเวณที่รับน้ำหนักไม่ได้มาก หรือรับน้ำหนักได้น้อย(ลูกค้าต้องลดขนาดของแท้งค์น้ำลง) แท้งน้ำจะทำให้ดินทรุดตัวลงได้ หรือจะทำให้พื้นเพดานชั้นล่างพังลงได้(ในกรณีวางบนดาดฟ้า) และจะทำให้ลูกค้าเสียหายทรัพย์สินหรืออันตรายต่อคนในบ้านได้

จากข้อมูลจำเป็นเบื้องต้นทั้ง2ข้อแล้ว ลูกสามารถเลือกขนาดของแท้งค์น้ำได้ตามต้องการ ทั้งนี้มีข้อระวัง และแนะนำเพิ่มเติม โดยปกติแท้งค์น้ำนั้น จำนวนลิตรที่แสดงบนแท้งค์จะเป็นปริมาณที่น้ำเต็มแท้งค์น้ำเท่านั้น แต่เวลาใช้งานจริงส่วนใหญ่ แท้งค์น้ำจะมีการติดลูกลอย(เพื่อให้น้ำหยุด) และลูกลอยจะอยู่ต่ำจากบริเวณบนสุดของแท้งค์น้ำ เพราะฉะนั้นปริมาณน้ำที่ลูกค้าได้ จะน้อยลงด้วยตามการติดตั้งลูกลอย

ข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจ

การประเมินความต้องการน้ำอุปโภค-บริโภของพื้นที่ชุมชน และอุตสาหกรรม

1. น้ำในพื้นที่ชุมชนเมือง

สามารถแบ่งออกเป็น 2 อย่างง่ายๆดังนี้
1.1 แสดงอัตราการใช้น้ําอุปโภคบริโภคตามประเภทชุมชน
  ประเภทชุมชน อัตราการใช้น้ำ (ลิตร /คน/วัน)
  เทศบาลขนาดเล็ก 120 ลิตร
  เทศบาลขนาดกลาง 200 ลิตร
  เทศบาลขนาดใหญ 250 ลิตร
  ชุมชนเมืองที่ยกฐานะเป็นเทศบาลตําบล 110 ลิตร
ที่มา : กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน,2544

1.2 อัตราการใช้น้ำอุปโภค บริโภคตามปริมาณประชากร
ปริมาณประชากร (ราย) อัตราการใช้น้ำ(ลิตร /คน/วัน)
  ปริมาณประชากร (ราย) อัตราการใช้น้ำ(ลิตร /คน/วัน)
  10,001 - 20,000 คน 170 ลิตร
  20,001- 30,000 คน 200 ลิตร
  30,001- 50,000 คน 250 ลิตร
  มากกว่า 50,000 คน 300 ลิตร

2.การใช้น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม

การประเมินความต้องการน้ำอุตสาหกรรมกําหนดสามารถกําหนดอัตราการใช้น้ําตามประเภท
ของอุตสาหกรรมหลักได้โดยการรายละเอียดการประเมินแสดงได้ดังนี้
ปริมาณความต้องการน้ำ(ลบ.ม./ไร่/วัน)

1 Accessory อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วน อุปกรณ์ต่าง ๆ 6 ลบ.ม
2 Chemical อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ 8ลบ.ม
3 Food อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม 12ลบ.ม
4 Metal อุตสาหกรรม ถลุง หล่อ โลหะ 5ลบ.ม
5 Other อุตสาหกรรมทวไปั่ 7ลบ.ม
6 Outside อุตสาหกรรมกลางแจ้ง เช่น โม่-บดหิน ดูดทราย เผาถ่าน หีบฝ้าย อบเมล็ดพืช ฯลฯ 4ลบ.ม
7 Paper อุตสาหกรรมกระดาษ เช่น ผลิตเยื่อกระดาษ ภาชนะจากกระดาษ ฯลฯ 4ลบ.ม
8 Textile อุตสาหกรรมสงทอ ิ่ ฟอกหนัง ย้อมส 5ลบ.ม
9 Unmetal ผลิตภัณฑ์อโลหะ เช่น แก้ว กระเบื้องเคลือบ ปูน ฯลฯ 8ลบ.ม
10 Wood ผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องเรือน 3ลบ.ม

ที่มา : สํานักนโยบายสาธารณะ สํานักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.2547 .โครงการศึกษาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดการ 25 ลุ่มน้ำสําคัญของประเทศ

ขอบคุณที่มาจาก http://202.129.59.73/wm/Water/water demand 1.pdf



ย้อนกลับ